Black Ribbon
| เว็บบุคลากร | 0-5393-6150  |
   

นิ่วในถุงน้ำดี

 

นิ่วในถุงน้ำดี

ถุงน้ำดี (Gallbladder) คือ อวัยวะที่อยู่ในบริเวณช่องท้อง มีลักษณะเป็นกระเปาะ ทำหน้าที่เป็นที่พักหรือที่กักเก็บน้ำดีที่ถูกผลิตจากตับ ก่อนส่งต่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็กเพื่อทำหน้าย่อยไขมัน โรคนิ่วในถุงน้ำดีมักพบใน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า (อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป) มักพบในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และคนที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง รวมถึงอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ได้เช่นกัน นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด นิ่วในถุงน้ำดี มี 2 ชนิด ได้แก่

-ชนิดที่เกิดจากคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุด มักมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว เหลือง หรือเขียว และนิ่วในถุงน้ำดีมักจะประกอบด้วยคอเลสเตอรอลที่ไม่ถูกละลายไปและอาจมีส่วนประกอบของสารอื่น ๆ

- ชนิดที่เกิดจากเม็ดสีหรือบิลิรูบิน อาจเป็นสีคล้ำดำ น้ำตาลเข้ม เกิดจากความผิดปกติของเลือด โลหิตจาง ตับแข็ง นิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคระบบทางเดินทางอาหารที่มักไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน หากไม่ได้เกิดการอักเสบอย่างเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อในช่องท้อง มักตรวจพบในผู้ที่มีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด แต่เราสามารถสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายที่อาจเป็นสัญญานเตือนของโรคนี้ได้ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี มักมีอาการหลักจากรับประทานอาหารเข้าไปประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรงบริเวณใต้ลิ้นปี่ ชายโครงขวา

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี

- ภาวะอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลมาก เนื่องจากความอ้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในน้ำดีเพิ่มขึ้น

- ฮอร์โมนเอสโตรเจนและการตั้งครรภ์ มีผลเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลและลดการเคลื่อนตัวของถุงน้ำดี ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทน จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้

- กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีจะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้มากขึ้น

หากปล่อยให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดี หรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

- ถุงน้ำดีอักเสบจากนิ่ว เป็นสาเหตุของโรคถุงน้ำดีอักเสบที่พบมากที่สุด อาจเกิดจากก้อนนิ่วในถุงน้ำดี หรือตะกอนของถุงน้ำดี ไปอุดตันทางออกถุงน้ำดี จนทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ

- ท่อน้ำดีอักเสบ

- ตับอ่อนอักเสบ

- ฝีในตับ

ด้านการรักษา การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีมี 2 แบบ ได้แก่

- ผ่าตัดแบบส่องกล้อง จะเป็นการผ่าตัดที่เจาะเป็นแผลเล็ก ๆ ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร ไม่เกิน 4 จุด เพื่อสอดอุปกรณ์ และกล้องเข้าไป ซึ่งการผ่าตัดวิธีนี้จะให้ผลเทียบเท่ากับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง แต่จะใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า เจ็บแผลน้อย ลดระยะเวลาในการผ่าตัด จึงฟื้นตัวไว ลดเวลาการนอนในโรงพยาบาลหลังผ่าตัด นอนดูอาการที่โรงพยาบาลเพียง 1 – 2 วัน

- ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เป็นวิธีการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการนิ่วในถุงน้ำดีอักเสบมาก หรือมีภาวะเป็นหนอง โดยการเปิดช่องท้องบริเวณใต้ชายโครงด้านขวา การผ่าตัดวิธีนี้ผู้ป่วยจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 4 วัน และต้องพักฟื้นหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ โรค“นิ่วในถุงน้ำดี” สามารถเกิดได้กับทุกคน และหากปล่อยทิ้งไว้นาน หรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆตามมา เนื่องจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีมักไม่มีอาการแสดงในระยะเริ่มต้น อีกทั้งอาการคล้ายคลึงกับโรคกระเพาะอาหาร ทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจผิดและซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ไปพบแพทย์ เมื่อปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อมูลโดย ผศ.นพ.อานนท์ โชติรสนิรมิต รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ และหัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ ตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน คณะแพทยศาสตร์ มช.

ด้วยความปรารถนาดีจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Contacts

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  0-5393-6150
  0-5393-6150
  เลขที่ 110 ถ.อินทวโรรส ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

  GPS : 18.7896195,98.9727525
 

ช่องทางติดตาม