Black Ribbon
| เว็บบุคลากร | 0-5393-6150  |
   

กรดไหลย้อน...ภัยเงียบ ที่ใครก็เป็นได้

                  

           ปัจจุบันวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป การใช้เวลาทำงานบนความเร่งรีบมากขึ้น กับความสะดวกและรวดเร็วในเวลาที่จำกัด ส่งผลให้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินวิถีชีวิตจึงมีความจำเป็นสอดคล้องกับการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน ความเครียด เป็นต้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคต่างๆได้ โดยเฉพาะโรคฮิตติดเทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุควัยทำงานอย่างกรดไหลย้อน หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ปล่อยทิ้งไว้นานอาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ 

           

            อาจารย์ นายแพทย์ชัยวรรธน์ ประดิษฐ์ทองงาม อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายลักษณะของกระเพาะอาหารว่าเปรียบเสมือนถุงผ้าที่มีหูรูด โดยปกติเมื่อเรากลืนอาหารผ่านหลอดอาหารลงในกระเพาะอาหาร บริเวณรอยต่อหลอดอาหารกับกระเพาะจะมีประตูเปิดปิด ซึ่งเราเรียกว่ากล้ามเนื้อหูรด เมื่อกลืนอาหารลงไปตรงประตู (กล้ามเนื้อหูรูด)จะคลายตัว อาหารก็จะลงผ่านออกไปได้ หลังจากนั้นกล้ามเนื้อหูรูดก็จะหดตัวและปิด ใน 1 วันกล้ามเนื้อหูรูดจะมีการเปิด-ปิด หลายร้อยครั้ง เมื่อมีการกลืนน้ำลายหรือกลืนอาหารลงไปในแต่ละครั้งก็จะมีกรดไหลย้อนขึ้นมาได้

           ​แต่ในกรณีที่ผิดปกติ จะพบว่ากลไกในกล้ามเนื้อหูรูด จะถูกเปิดโดยที่ไม่มีอาหารลงไป โดยที่ไม่ได้กลืนอะไรลงไป กล้ามเนื้อหูรูดจะถูกเปิดขึ้นมาเองบ่อยครั้งใน 1 วัน ดังนั้นจึงทำให้เกิดกรด หรือน้ำย่อยอาหารจากกระเพาะย้อนขึ้นมาได้ เมื่อเกิดอาการแบบนี้บ่อยๆ โอกาสในการเป็นกรดไหลย้อนจึงมีมากขึ้น หรือกลไกการทำงานอื่นๆร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้อหูรูดหย่อนตัวลง ส่งผลให้ปิดไม่สนิท ก็มีส่วนในการทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ อาการที่แสดง จะมีอาการจุก เสียด แน่นที่ลิ้นปี่ และกลางอก เหมือนมีอะไรติดคออยู่ตลอดเวลา มีน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก หิวแต่กินไมได้ หรือกินไปก็เหมือนจะอ้วกออกหมด เจ็บปวดท้องเวลาหิว หายใจไม่อิ่ม หากไม่เร่งรักษาปล่อยให้อาการเรื้อรังจะส่งผลให้รักษาได้ยาก และเกิดอาการเจ็บปวดทรมานในการดำเนินชีวิต

           ​สาเหตุหลักของกรดไหลย้อนในปัจจุบันคือภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน ส่งผลให้การขยายตัวของกระเพาะไม่ดี มีความดันในช่องท้องสูง มีโอกาสทำให้เป็นกรดไหลย้อนมากขึ้น รวมถึงความเครียด ผู้ที่ทานอาหารรสจัด ทานอาหารในปริมาณที่มาก ของมัน ของทอด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ บุหรี่ มีโอกาสทำให้เกิดกรดมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการป้องกันไม่ให้เกิดโรค โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต งดการรับประทานอาหารที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดกรดไหลย้อนที่กล่าวมาข้างต้น และหลังรับประทานอาหารไม่ควรนอนทันที ควรทิ้งช่วง 3-4 ชั่วโมงเป็นต้นไป หากพบว่าอาการจากการเป็นกรดไหลย้อนไม่หายควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยโรคต่อไป หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลให้เป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โทร. 053-933-766 หรือ Call Center : 0-5393-6900-1

 

************************************************************

Contacts

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  0-5393-6150
  0-5393-6150
  เลขที่ 110 ถ.อินทวโรรส ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

  GPS : 18.7896195,98.9727525
 

ช่องทางติดตาม