Black Ribbon
| เว็บบุคลากร | 0-5393-6150  |
   

การดูแลสุขภาพช่วงหน้าฝน ในมุมมองของแพทย์แผนจีน☔️

การดูแลสุขภาพช่วงหน้าฝน ในมุมมองของแพทย์แผนจีน☔️

 

การดูแลสุขภาพช่วงหน้าฝน ในมุมมองของแพทย์แผนจีน☔️

ทางการแพทย์แผนจีนมีมุมมองสุขภาพเป็นแบบองค์รวม การขาดสมดุลย่อมส่งผลให้เกิดความผิดปกติ ซึ่งสมดุลจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยจากสมดุลภายในร่างกาย และสมดุลระหว่างร่างกายกับสิ่งแวดล้อม เมื่อเกิดความไม่สมดุลจะทำให้ร่างกายเกิดความเจ็บป่วย หากต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควรเริ่มจากการปรับสมดุลของสภาพร่างกาย เนื่องจากแต่ละคนมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีการที่ใช้ในการปรับสมดุลของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน

ยกตัวอย่างการปรับสมดุลโดยใช้ทฤษฎีของ หยิน-หยาง โดยหยินเป็นตัวแทนของความเย็น และหยางเป็นตัวแทนของความร้อนหรือความอบอุ่น ยกตัวอย่างเหตุการณ์ เมื่อมีคน 2 คนนั่งทำงานในห้องแอร์ด้วยกัน คนที่หนึ่งรู้สึกว่าอากาศเริ่มเย็นจึงหาเสื้อกันหนาวมาใส่เพื่อให้ตัวเองรู้สึกอบอุ่นขึ้น ลักษณะแบบนี้ในทางการแพทย์แผนจีนจะเรียกว่า “การบำรุง” ในขณะที่คนที่สองไปลดอุณหภูมิของแอร์หรือเปิดหน้าต่าง ลักษณะแบบนี้ในทางการแพทย์แผนจีนจะเรียกว่า “การระบาย”

ปัจจัยที่ทำให้เราเจ็บป่วยในทางการแพทย์แผนจีน นอกจากปัจจัยภายในแล้วยังมีปัจจัยภายนอกซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศด้วย ดังนั้นในฤดูกาลต่าง ๆ และสภาพอากาศที่แตกต่างกันจึงมีวิธีการดูแลตัวเองที่แตกต่างกันด้วย

🔸ความชื้นที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เปรียบเสมือนน้ำที่คั่งค้างอยู่ภายในร่างกายปริมาณมาก ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวขึ้น ความชื้นมักเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ ได้แก่
1.ความชื้นที่ได้รับเข้ามาจากภายนอก เช่น การอยู่อาศัยในที่อับชื้น สภาพอากาศที่ชื้น การใส่เสื้อผ้าที่เปียกเป็นประจำ การตากฝน

2.ความชื้นที่สร้างขึ้นภายในร่างกาย เช่น การที่เรารับประทานอาหารแล้วร่างกายของเราไม่สามารถย่อยหรือลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทำให้สารอาหารเหล่านั้นตกค้างอยู่ภายในร่างกายจนเกิดเป็นความชื้นขึ้น นอกจากนี้อวัยวะไตก็มีหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำภายในร่างกายเช่นกัน เราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เช่น หากเราดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ปกติร่างกายจะขับน้ำส่วนเกินออกทางปัสสาวะ หากอวัยวะไตอ่อนแอลงจนไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินออกได้หมด ทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำภายในร่างกายและเกิดเป็นความชื้นขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น แพทย์แผนจีนจึงมองว่าความชื้นที่เกิดขึ้นภายใน มีความเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารและการทำงานของไต

🔸ความชื้นที่สะสมภายในร่างกายที่พบได้บ่อยมี 2 ชนิด ได้แก่

1.ร้อนชื้น เกิดจากการที่มีฝนตกในช่วงที่มีอากาศร้อน
อาการและอาการแสดงที่พบบ่อยคือ ความรู้สึกหนักตัว ตัวร้อนหรือมีไข้ มักเกิดขึ้นในช่วงบ่าย ปากแห้งคอแห้ง แน่นหน้าอก ปัสสาวะมีสีเข้ม

2.เย็นชื้น เกิดจากการที่มีฝนตกติดต่อกันในช่วงที่อากาศเย็น
อาการและอาการแสดงที่พบบ่อยได้แก่ ความรู้สึกหนักตัว มือเท้าเย็น ปวดเมื่อยได้ง่าย อาจมีอาการถ่ายเหลว ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ฝนตก

🔹ผลกระทบต่อสุขภาพ
ลักษณะอาการที่บ่งบอกว่าภายในร่างกายเริ่มมีความชื้นสะสม
1.หลังจากตื่นนอนในตอนเช้ามีความรู้สึกหนักตัว ไม่สดชื่น อ่อนแรง มึนงง
2.เบื่ออาหาร ท้องอืด แน่นท้อง
3.อุจจาระเหลว เหนียว หรืออาจมีกากอาหารที่ยังไม่ย่อยปะปนออกมาด้วย
4.มีความรู้สึกเหนียวในช่องปาก ลิ้นมีฝ้าหนา หรือมีเสมหะ
5.ในผู้หญิง อาจมีปริมาณของตกขาวเพิ่มมากขึ้น

🔹โรคหรืออาการที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน
1.โรคหวัด โรคภูมิแพ้ (เช่น ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นต้น)
2.อาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ ถ่ายเหลว เป็นต้น
3.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
การดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝนเพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของความชื้นภายในร่างกาย มีหลักการง่าย ๆ 2 ประการ ได้แก่
1.หลีกเลี่ยงการรับความชื้นจากภายนอก เช่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อับชื้น การเดินตากฝน หรือการใส่เสื้อผ้าเปียก
2.หลีกเลี่ยงอาหารฤทธิ์เย็น ที่ส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร เช่น น้ำแข็ง น้ำเย็น ไอศกรีม ปลาดิบ ผักสด สลัดผัก ผลไม้บางประเภท เช่น แตงโม แก้วมังกร ชมพู่ สาลี่ เป็นต้น รวมไปถึงอาหารทอด มัน อาหารที่มีรสหวานจัด
นอกจากนี้ควรออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

สำหรับอาหารที่ควรรับประทานในช่วงหน้าฝน ได้แก่ อาหารที่มีรสจืด เช่น หัวไชเท้า ฟักทอง ต้นหอม ถั่วแดง ลูกเดือย เป็นต้น เนื่องจากอาหารรสจืดในทางการแพทย์แผนจีนส่วนใหญ่นั้นมีสรรพคุณในการขับความชื้นได้

โดยลูกเดือย และถั่วแดงเป็นอาหารที่ถูกนำมาใช้บ่อยในการขับความชื้น เนื่องจากสามารถนำมาประกอบได้หลากหลาย เช่น สามารถนำมาทำเป็นโจ๊ก ข้าวต้ม หรือนำมาหุงร่วมกับข้าวสวย นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำเป็นของหวานได้อีกด้วย สำหรับคนที่ขี้หนาวสามารถใส่ลำไย พุทราจีน หรือขิง ที่มีฤทธิ์อุ่น ร้อนเข้าไปได้ อย่างไรก็ตามลูกเดือย และถั่วแดงก็ไม่เหมาะสมสำหรับคนที่มีอาการปัสสาวะบ่อย

รับฟัง MED CMU ฟัง for health ผ่านช่องทาง Apple Podcasts : https://apple.co/3i3b3XX

ข้อมูลโดย แพทย์จีน กลวัชร แสงสูง
แพทย์จีนประจำศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

#MedCMU #MedCMUในมือคุณ #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #สื่อสารองค์กรMedCMU

Contacts

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  0-5393-6150
  0-5393-6150
  เลขที่ 110 ถ.อินทวโรรส ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

  GPS : 18.7896195,98.9727525
 

ช่องทางติดตาม