Black Ribbon
 | เว็บบุคลากร | โทร.0-5393-6150
   

พฤติกรรมเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย

 artical02 1

โดย
ศ.พญ.ณหทัย วงศ์ปการันย์
และแพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชศาสตร์
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ.ศ. 2553

          ปัจจุบันพบว่าอัตราการฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุสูงกว่าวัยหนุ่มสาว อาจจะเนื่องมาจากความเครียด ในการทำงานของกลุ่มผู้ใหญ่ และความเหงาในวัยสูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงในผู้สูงอายุที่ฆ่าตัวตาย คือ การอยู่โดดเดี่ยว คู่สมรสเสียชีวิต กังวลใจ ด้านการเงิน และสุขภาพไม่สมบูรณ์ดังแต่ก่อน รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่พบในกลุ่มวัยสูงอายุจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการสังเกตดูผู้สูงอายุใกล้ตัวของท่าน ว่ามีความเสี่ยงต่อการที่เขาเหล่านั้นจะทำร้ายตัวเองหรือไม่

ท่านมีปัจจัยเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองหรือไม่
         
1.  
มีความคิดหรือพฤติกรรมเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย เช่น เคยมีประวัติการทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตาย มีความรู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ไม่อย่ามีชีวิตอยู่มีความคิดปรารถนาที่จะฆ่าตัวตาย มีการวางแผน หรือเขียนจดหมายลาตาย
         2.  
ญาติของท่านมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือเคยฆ่าตัวตายมาก่อน
         3.  
มีปัญหาด้านสติปัญญาซึ่งหมายถึงทั้งความผิดปกติทางด้านสติปัญญา ปัญหาทางด้านอารมณ์ซึ่งรวมถึงโรคซึมเศร้า
         4.  
ปัญหาโรคทางจิตเภท หรือการใช้สารเสพติดใด ๆ (รวมถึงบุหรี่และสุรา)
         5.  
มีบุคลิกภาพเป็นคนหัวแข็ง อารมณ์ไม่มั่นคง ไม่มีความสามารถในการจัดการกับปัญหา และมีแนวโน้มที่จะโทษตนเอง
         6.  
มีโรคประจำตัวที่เรื้อรังและรักษาไม่หาย
         7.  
มีเหตุการณ์ที่เลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิตเช่น สูญเสียคู่ครอง ถูกทอดทิ้งการเกษียณ หรือออกจากงาน หรือปัญหาเศรษฐกิจ
         8.  
มีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันหรือต้องพึ่งพาผู้อื่น
         9.  
ผู้สูงอายุเหล่านี้มักเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่ความคิดฆ่าตัวตาย

ท่านมีอาการเช่นนี้หรือไม่ ?
         - อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนเศร้าสร้อย ร้องไห้บ่อย เบื่อหน่ายที่จะทำสิ่งเดิมๆที่เคยชอบทำมาก่อน 
         
- ความคิดเปลี่ยนแปลงไป มองว่าอะไร ๆ ในชีวิตแย่ไปหมด มองเห็นแต่ ความผิดพลาดล้มเหลวรู้สึกตัวเองไร้ค่า 
         
- มีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายหลายอาการและไม่สามารถหาสาเหตุจากโรคทางกายได้รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง การนอนไม่ปกติ รู้สึกเบื่ออาหาร บางคนอาจมีความปวดตามทั่วตัว 
         
- สมาธิความจำแย่ลง หลงลืมบ่อย ๆ บางครั้งอาจบอกว่าไม่อยากอยู่ หรือบางคนอาจพูดว่าอยากหลับไปเลย 
         - มีความคิดอยากตายผุดขึ้นมาบ่อย ๆ บางครั้งอาจบอกว่าไม่อยากอยู่ หรือบางคนอาจพูดว่าอยากไม่หลับไปเลย 
         ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักแสดงความรู้สึกซึมเศร้า ท้อแท้สิ้นหวัง ไม่มีเรี่ยวแรง อย่างไรก็ตาม ในผู้สูงอายุที่มีอาการซึมเศร้า อาจจะไม่ได้แสดงอาการซึมเศร้าออกมาอย่างชัดเจน จึงเป็นหน้าที่ของคนใกล้ตัว ที่จะสังเกตภาวะซึมเศร้าที่ซ่อนอยู่นั้น และปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

ปัจจัยที่ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุ
        1.  การมองเห็นความหมายและความสำคัญในการใช้ชีวิต
        2.  
การมีความรู้สึกภาพภูมิใจในตนเอง
        3.  
การฝึกปฏิบัติธรรมะ การทำสมาธิ
        4.  
การมีครอบครัวและสังคมที่คอยเกื้อหนุนอย่างใกล้ชิด
        5.  
มีพฤติกรรมการดูแลรักษาสุขภาพตนเองให้สมบูรณ์
        6.  
ถามหาความช่วยเหลือจากคนรอบข้างเมื่อท่านไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้
        7.  
การหากิจกรรมที่รู้สึกมีความสุขหรือเพลิดเพลินทำ

คำแนะนำสำหรับญาติ
        ผู้สูงอายุที่มีโรคซึมเศร้า เป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือ การฆ่าตัวตายของผู้สูงอายุนั้น เป็นการหาทางออก เนื่องจากท่านไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทั้งหมดนี้เห็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ หากเราเพิ่มความใส่ใจต่อคนใกล้ตัวของเราให้มากขึ้น การพูดคุยกันบางครั้งก็สามารถที่จะช่วยผู้สูงอายุเหล่านี้ได้

“อย่ากลัวที่จะถามถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย”
        เพราะการพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตายไม่ได้ทำให้ผู้สูงอายุฆ่าตัวตายจริง ๆ แต่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ระบายความทุกข์ใจของท่านให้เราได้รับรู้ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือท่านได้

“โลกนี้ยังสดใส หากเราใส่ใจกันมากขึ้น”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกจิตเวชผู้สูงอายุ ห้องตรวจเบอร์ 24
ชั้น 2 อาคารตะวัน กังวานพงศ์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทุกวันอังคาร เวลา 14.00-16.00 น.

อ้างอิงจาก : http://www.med.cmu.ac.th/dept/psychiatry/artical02.php

 

Contacts

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  0-5393-6150
  0-5393-6150
  เลขที่ 110 ถ.อินทวโรรส ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

  GPS : 18.7896195,98.9727525
 

ช่องทางติดตาม